Home » news » “ปู” ร้องศาลรธน.ตีความคดีจำนำข้าว

“ยิ่งลักษณ์” ร้องศาลรธน.ตีความกระบวนการพิจารณาคดีจำนำข้าว เหตุรัฐธรรมนูญปี 60 บัญญัติใหม่ให้ศาลใช้สำนวนป.ป.ช.เป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาอัยการฝ่ายโจทก์ยัดพยานเอกสารระหว่างการพิจารณาคดี ชี้ทำให้เสียเปรียบในการต่อสู้

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า กระบวนพิจารณาคดีที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนก.พ.58 นั้นเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 5 ของพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ที่บัญญัติไว้ว่า การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นให้ยึดสำนวนของป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณาคดีและให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติ่มได้นั้น ขณะนี้การประกาศใช้กฏหมายรัฐธรรมนูญปี 60 มีบทบัญญัติใหม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลฏีกาฯ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญมาตรา 235 ที่ระบุตอนท้ายว่า การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองให้นําสํานวนการไต่สวนของป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้ศาลมีอํานาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ “ดังนั้นการยื่นคำร้องของทนายฝ่ายจำเลยเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการพิจารณาตามกระบวนการเดิมเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เป็นการร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลเพื่อให้จำเลยได้ต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองอย่างเต็มที่ เนื่องจากที่ต่อสู้คดีของจำเลยที่ผ่านมา อัยการฝ่ายโจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานเอกสารเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ โดยไม่มีการไต่สวนไว้ในรายงาน และสำนวนของป.ป.ช.เอกสารบางเรื่องเป็นเอกสารใหม่ในคดีที่กล่าวหาบุคคลอื่น และไม่ได้อยู่ในสำนวนของป.ป.ช.มาตั้งแต่ต้น ซึ่งจำเลยได้ร้องคัดค้านเพราะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี และองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วยกคำร้อง”นายวิม กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews